Posted on

ปชช.อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปากท้อง-ของแพง

     สวนดุสิตโพลล์ เผยผลสำรวจเรื่อง “รัฐบาล” และ “ฝ่ายค้าน” ทำงานอย่างไร? หลัง “ปรับ ครม.” พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง แก้ปัญหาของแพง เชื่อการปรับครม.ครั้งนี้จะทำให้การทำงานของรัฐบาลดีขึ้น และคิดว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี

ปากท้อง-ของแพง

     สวนดุสิตโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นกรณี “รัฐบาล” และ “ฝ่ายค้าน” ทำงานอย่างไร? หลัง “ปรับ ครม.” หลังมีการประกาศแต่งตั้ง ครม. ยิ่งลักษณ์ 5 เป็นที่เรียบร้อย คณะรัฐมนตรีใหม่ต่างเป็นที่จับตามองถึงการงาน และเป็นที่สนใจว่าเรื่องใดจะทำก่อนเป็นอย่างแรก โดยหลายฝ่ายมีความคาดหวังว่าการเข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้จะทำให้การทำงานของรัฐบาลดีขึ้น ช่วยสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจให้กับประชาชนได้ เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นและเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง โดยทำการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,402 คน ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2556 สรุปผลดังนี้

รัฐบาลปู 5

     สิ่งที่ประชาชนอยากให้ “รัฐบาลปู 5” ทำก่อนเป็นอันดับแรกหลังจากที่มีการปรับ ครม. ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.97 อยากให้แก้ปัญหาเรื่องปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น รองลงมาร้อยละ 19.25 อยากให้แก้ปัญหาสินค้าแพง ควบคุมราคาสินค้าหรือลดราคาให้ถูกลง ร้อยละ 17.12 อยากให้เร่งปราบปรามยาเสพติด ให้คนไทยได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงเพื่อห่างไกลยาเสพติด ร้อยละ13.64 อยากให้แก้ปัญหาการทุจริต คอรัปชั่น /ตรวจสอบการดำเนินงานโครงการต่างๆ และร้อยละ 13.02 อยากให้เสริมสร้างความสามัคคีในสังคม ลดความขัดแย้งทางการเมือง

     ส่วนคำถามว่าการปรับ ครม. ครั้งนี้จะทำให้การทำงานของรัฐบาลดีขึ้นหรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.95 คิดว่าดีขึ้น เพราะครม.ใหม่ล้วนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์มานาน น่าจะแก้ปัญหาให้ดีขึ้นได้รัฐบาลรับรู้ถึงปัญหาและมีโอกาสแก้ไข ฯลฯ รองลงมาร้อยละ 38.21 เห็นว่าเหมือนเดิมเพราะ การเมืองไทยยังคงเป็นรูปแบบเดิมๆ เล่นเกมการเมืองกันไปมา มีการปรับเปลี่ยนมาแล้วหลายครั้งก็ยังเหมือนเดิม ฯลฯ และร้อยละ 6.84 เห็นว่าแย่ลง เพราะ ถึงจะมีการปรับ ครม.ใหม่แต่ปัญหาต่างๆที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขหรือชี้แจงได้ยังคงมีอยู่ เป็นการปรับ ครม.เพื่อลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากกว่า ฯลฯ

     จากที่รัฐบาลบริหารประเทศผ่านมา 2 ปี ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี หรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.65 คิดว่าอยู่ครบ 4 ปี เพราะ รัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภา ปรับ ครม.ใหม่แล้วน่าจะแก้ปัญหาได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพในการทำงาน ฯลฯ รองลงมาร้อยละ 37.06 คิดว่า ไม่ครบ 4 ปีเพราะ รัฐบาลประสบปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะการทุจริตในโครงการใหญ่ๆ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้ ฯลฯ และร้อยละ 11.29 ไม่แน่ใจ เพราะมีกระแสข่าวทางการเมืองที่ไม่ดีหลายเรื่อง ต้องรอดูการทำงานของ ครม.ใหม่ก่อน ฯลฯ

     ส่วน “จุดแข็ง” ในการบริหารประเทศของรัฐบาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.05 เห็นว่าจุดแข็งคือ การเอาจริงเอาจังในเรื่องปราบปรามยาเสพติดที่ทำอย่างต่อเนื่อง มีผลงานชัดเจน รองลงมา ร้อยละ 19.91 เห็นว่าจุดแข็ง คือ คนในรัฐบาลทำงานในทิศทางเดียวกัน เดินตามนโยบายที่กำหนดไว้ รองลงมาร้อยละ 17.75 เห็นว่าจุดแข็ง คือรัฐบาลมีเสียงข้างมาก และร้อยละ 14.29 เห็นว่าจุดแข็ง คือ นโยบายประชานิยมที่มุ่งช่วยเหลือประชาชน

     “จุดอ่อน” ในการบริหารประเทศของรัฐบาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.36 เห็นว่าไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆให้สำเร็จเป็นรูปธรรมชัดเจนได้ เช่น สินค้าแพง ไฟใต้ เป็นต้น รองลงมา ร้อยละ 23.39 จุดอ่อนคือความไม่โปร่งใสในโครงการรับจำนำข้าว รองลงมาร้อยละ 22.71 ความขัดแย้งทางการเมือง การทะเลาะเบาะแว้งของนักการเมือง และร้อยละ 12.54 เห็นว่าจุดอ่อนคือการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ช่วยเหลือเครือญาติ /ความเกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯทักษิณ

ประชาชนอยากให้ ฝ่ายค้าน ทำอะไรบ้าง

     ประชาชนอยากให้ “ฝ่ายค้าน” ทำอะไรบ้าง? หลังจากที่มีการปรับ ครม.แล้ว ส่วนใหญ่ร้อยละ 31.54 อยากให้หยุดการโต้ตอบ กล่าวหากัน ช่วยกันเสริมสร้างความสามัคคีปรองดอง หยุดค้านทุกเรื่อง รองลงมา 28.43 อยากให้เป็นฝ่ายค้านที่ดี มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล /คานอำนาจในทางที่ถูก รองลงมา ร้อยละ 25 อยากให้ ให้ความร่วมมือ /ให้คำปรึกษาแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่รัฐบาลเพื่อพัฒนาบ้านเมือง และร้อยละ 15.03 อยากให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ยุติธรรม

     ผลงานของ “ฝ่ายค้าน” ที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการทำงานของฝ่ายค้านมากน้อยเพียงใด? ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.07 ค่อนข้างเชื่อมั่น เพราะ ฝ่ายค้านมีนักการเมืองที่เก่ง มีความสามารถหลายคน มีข้อมูลต่างๆที่น่าเชื่อถือ เชื่อมั่นในตัวผู้นำฝ่ายค้าน ฯลฯ รองลงมา ร้อยละ 32.64 ไม่ค่อยเชื่อมั่น เพราะ บางเรื่องที่นำมาพูดเป็นเพียงการกล่าวหาลอยๆ ไม่มีเอกสาร หลักฐานมายืนยัน ฝ่ายค้านก็มีคดีการทุจริตเช่นกัน ฯลฯ รองลงมา ร้อยละ 18.40 ไม่เชื่อมั่น เพราะ การเมืองไทยทุกวันนี้เล่นเกมการเมืองกันมากเกินไป หวังประโยชน์ทางการเมือง ฯลฯ และร้อยละ 12.89 เชื่อมั่นมาก เพราะ มีประสบการณ์ในการเป็นฝ่ายค้านมาหลายสมัย ดูจากผลงานการอภิปรายในสภา สามารถทำหน้าที่ได้ดี ฯลฯ

     ปัจจุบันบ้านเมืองมีความขัดแย้งกันมาก ในฐานะประชาชนคนหนึ่งจะช่วย “รัฐบาล” และ”ฝ่ายค้าน” ให้บ้านเมืองสงบสุขได้อย่างไร? ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 60.33 จะไม่ทะเลาะเบาะแว้ง หรือออกมาเคลื่อนไหวเพื่อทำความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง รองลงมาร้อยละ 24.01 จะเป็นพลเมืองดี ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ คอยเป็นหูเป็นตาดูแลสอดส่องความเรียบร้อยในสังคม รองลงมา ร้อยละ 8.14 จะติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างมีสติ มีวิจารณญาณ และร้อยละ 7.52 เป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง /ไม่หลงเชื่อไปตามกระแสข่าว