Posted on

“เอสซีจี อคาเดมี” แหล่งเพาะพันธุ์นักแบดมินตันไทย

เป็นที่ทราบกันดีว่าเครือซิเมนต์ไทย หรือ “เอสซีจี” สนับสนุนกีฬาแบดมินตันมาอย่างยาวนาน ทั้งในเรื่องของการจัดแข่งขัน การส่งนักกีฬาไปต่างประเทศ และที่สำคัญการสร้างนักตบขนไก่ เพื่อเป็นกำลังหลักในทีมชาติภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี”

เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 ที่บริเวณ ถนนกรุงเทพกรีฑา จนถึงปีนี้มีอายุครบ 10 ปีแล้ว และยังยืนหยัดสร้างนักแบดมินตันโลดแล่นอยู่ในวงการตบขนไก่ไทยได้อย่างต่อเนื่อง

ณปภัช ประไพตระกูล ผู้จัดการโครงการเอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี ย้อนอดีตถึงการก่อตั้งอคาเดมี ครบวงจรแห่งนี้ขึ้นมาว่า ก่อนหน้านั้นเอสซีจีให้การสนับสนุนในเรื่องงบประมาณในการส่งแข่งขันและการจัดการแข่งขันเป็นหลัก แต่มีแนวคิดอยากจะสร้างนักแบดมินตันเยาวชนฝีมือดีขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทย จึงได้มีอคาเดมีแห่งนี้เกิดขึ้น มีหลักการคือ การดูแลนักกีฬาในโครงการแบบครบวงจร เพื่อปูทางให้เป็นนักตบขนไก่ที่มีศักยภาพ ก้าวไปเล่นระดับนานาชาติ และมีชื่อเสียงระดับโลกต่อไป

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีการทดลองสร้างเด็กในหลายรูปแบบ ทำให้รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี และปรับปรุงมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นเอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี แบบครบวงจรที่ศูนย์ฝึกแบดมินตันและวิทยาศาสตร์การกีฬา สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถ.นางลิ้นจี่ ซอย 3 ที่เพิ่งย้ายมาจากกรุงเทพกรีฑา เมื่อปี พ.ศ.2558” ผจก.เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมีกล่าว

สำหรับหลักการสร้างนักแบดมินตันฝีมือดีของเอสซีจีคือ การดูแลนักกีฬาตลอด 24 ชั่วโมงทั้งเรื่องการเรียน การฝึกซ้อม โภชนาการ จิตวิทยา การแข่งขัน การเดินทาง เรียกได้ว่า “ดูแลกันทุกเรื่อง”

ผู้จัดการโครงการอธิบายถึงการดูแลนักกีฬาในโครงการว่า คนที่จะเข้ามาอยู่ในโครงการได้ จะได้รับการเชิญให้มาทดสอบด้านต่างๆ ก่อนจะมีการพูดคุยกับผู้ปกครองและต้นสังกัดเก่าของนักกีฬาคนนั้นๆ ถ้าเห็นตรงกันก็จะมาทดสอบ หลังจากนั้นจะตรวจร่างกายอย่างละเอียด เมื่อผ่านแล้วจะต้องมาพักที่ศูนย์ และเรียนหนังสือในโรงเรียนที่โครงการได้กำหนดไว้คือ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม, โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย, โรงเรียนนนทรีวิทยา, โรงเรียนสารสาสน์พิทยา เพราะอยู่ใกล้กับอคาเดมี รวมถึงโครงการได้ขอความร่วมมือในการอนุญาตให้หยุดเรียนในวันที่ต้องแข่งขันได้ แต่ถ้าใครจะเรียนในโรงเรียนเดิมก็สามารถทำได้ แต่ต้องเข้าซ้อมให้ตรงเวลาที่กำหนดไว้

นักแบดมินตันของเอสซีจีจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มเอ ทีมชาติและนักกีฬาที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย กลุ่มบี นักกีฬาที่เรียนระดับมัธยมศึกษาทั้งตอนต้นและตอนปลาย กลุ่มซี นักกีฬาเยาวชนหน้าใหม่ที่เข้ามาทดลองฝึกในอคาเดมี กิจวัตรประจำวันของนักแบดฯในศูนย์ ต้องตื่นมาซ้อมในช่วงเช้าตามเวลาที่โปรแกรมกำหนดไว้ โดยมี “โค้ชโอม” เทศนา พันธ์วิศวาส

อดีตนักตบลูกขนไก่ทีมชาติไทย เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคอยดูแลในภาพรวม และวางโปรแกรมการฝึกซ้อมร่วมกับโค้ชคนอื่นๆ ทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา นักแบดมินตันที่ต้องเรียนในช่วงเช้าจะฝึกซ้อมเวลา 05.30-07.30 น. หลังจากนั้นจะอาบน้ำ กินข้าวและมีรถไปส่งที่โรงเรียน ช่วงบ่ายจะมีรถไปรับ กลับมาทำการบ้าน เริ่มฝึกซ้อมอีกครั้งเวลา 17.30-20.30 น. และกินข้าวเย็น เข้านอน 4 ทุ่ม ได้หยุดพักครึ่งวันบ่ายของวันอาทิตย์ และวันจันทร์เต็มวัน ส่วนนักกีฬาระดับมหาวิทยาลัยที่ไม่มีเรียน จะปรับให้ฝึกซ้อม 08.30-11.30 น. เพื่อให้โค้ชได้ดูแลนักกีฬาได้เข้มข้นมากขึ้น

“ทุกคนต้องมีวินัย ตรงเวลา เพราะเป็นคุณสมบัติที่นักกีฬาระดับโลกควรมีสาเหตุที่ต้องดูแลกันแบบนี้ เพราะทุกคนมีพ่อมีแม่ ถ้าเอาลูกเขามาอยู่ที่นี่แล้ว เกิดอะไรไม่ดีขึ้นมา จะรับผิดชอบยังไง ทำให้ต้องเข้มงวด และเอาจริงเอาจัง ใครที่ไม่มีวินัยจะมีบทลงโทษ ถ้าเข้าซ้อมไม่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์จะไม่ได้ไปแข่งขัน และถ้าทำผิดระเบียบหรือไม่มี ความรับผิดชอบ 2 ครั้ง ก็จะให้ออกจากโครงการ” ผู้จัดการโครงการอธิบาย

ทั้งหมดนี้เป็นเหมือนจุดเริ่มของความสำเร็จ เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมีเดินมาถูกทางแล้ว และจะตั้งเป้าที่สูงขึ้นไปอีก ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงของเอสซีจี หรือนักกีฬาเอง แต่เพื่อประเทศชาติ ความสุขของคนไทยที่จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของวงการแบดมินตันไทยในเวทีโลก

Posted on

‘แฟนผี’ผู้ดีทนไม่ไหว สับ‘มู’ไม่เลี้ยง ก่อนหยามทำทีมไม่ต่าง‘ฟานกัล’!

แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชาวอังกฤษ ที่ใช้ชื่อว่า “จอห์น” แสดงความไม่พอใจโจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือคนใหม่ของทีมในฤดูกาลนี้ ผ่านสถานีวิทยุ “บีบีซี 5 ไลฟ์” ว่า คุมทีมได้ไม่ต่างจากหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนก่อนที่กองเชียร์ “ปีศาจแดง” ไม่ชอบในผลงาน

แม้อดีตนายใหญ่เชลซี, รีล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน และเอฟซี ปอร์โต้ จะทำทีมแพ้แค่นัดเดียวจาก 20 นัดหลังสุดจากทุกรายการ และ 17 นัดแรกในนั้นยังไม่แพ้ใครก็ตาม

แต่แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด รายดังกล่าว กลับมองว่าการที่มูรินโญ่ใช้เงินซื้อนักเตะในฤดูกาลนี้ไปแล้วเกือบ 160 ล้านปอนด์ (7,040 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 44 บาท) ทว่าล่าสุด ทำทีมอยู่แค่อันดับ 6 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จากการเล่น 23 นัด และตามหลังเชลซี จ่าฝูงถึง 14 แต้ม

โดยเป็นอันดับที่ไม่ได้สิทธิไปเล่นแม้กระทั่งฟุตบอลสโมสรยุโรปถ้วยเล็กอย่างยูโรป้าลีก และเป็นอันดับต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันที่ฟาน กัล คุมทีมฤดูกาลก่อน 1 อันดับ

ก่อนจวกมูรินโญ่ว่า แม้ดูเหมือนรูปเกมจะดีขึ้นกว่ายุคฟาน กัล แต่ผลลัพธ์กับเลวร้าย หลังทีมเสมอถึง 9 นัด และ 5 ในนั้นเป็นการเสมอในบ้าน จนยากลุ้นจบฤดูกาลด้วยการเป็น 4 ทีมอันดับแรก เพื่อคว้าสิทธิไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และอาจต้องทำใจรอโอกาสนั้นอีกสัก 10 ปี!

นอกจากนี้ แฟนบอลที่ชื่อจอห์นยังไม่อยากเชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้ จะมีนักเตะที่มีความเร็วแค่มาร์คัส แรชฟอร์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยัล ขณะที่ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เวย์น รูนี่ย์ มีความเร็วที่ไหน! ก่อนทิ้งท้ายว่า นี่มันขยะชัดๆ!

อย่างไรก็ตาม แม้แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคมูรินโญ่จะมีอันดับในลีกหลังจบ 23 นัดแรก ต่ำกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ยุคฟาน กัล 1 อันดับ

ทว่าการที่แมนฯ ยูไนเต็ด ของมูรินโญ่มีสถิติชนะ 11 เสมอ 9 แพ้ 3 ยิงได้ 33 ประตู เสีย 21 ประตู มี 42 แต้ม และแมนฯ ยูไนเต็ด ของฟาน กัล มีสถิติชนะ 10 เสมอ 7 แพ้ 6 ยิงได้ 28 ประตู เสีย 21 ประตู มี 37 แต้ม

ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของมูรินโญ่มีคะแนนมากกว่ายุคฟาน กัล 5 แต้ม และชนะมากกว่า 1 นัด แถมยังแพ้น้อยกว่าถึง 1 เท่าตัวอีกด้วย

Posted on

ทีมชนคนสาย‘เอเอฟซี’ชนะ‘เอ็นเอฟซี’เกมรวมดาราโปรโบว์ล

ศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล นัดรวมดารา “โปรโบว์ล” ฤดูกาล 2016-17 ซึ่งปีนี้กลับมาแข่งระบบแบ่งสายเอเอฟซี และเอ็นเอฟซี หลัง 3 ปีก่อนหน้านี้แบ่งเป็นทีมรวมดาราของเจอร์รี่ ไรซ์, ดีออน แซนเดอร์สฐ ไมเคิล เออร์วิน และคริส คาร์เตอร์

ก่อนทีมเอเอฟซีจะชนะเอ็นเอฟซี 20-13 ในการแข่งที่สนามแคมปิ้ง เวิลด์ สเตเดียม เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 มกราคม

โดยทีมจากสายเอเอฟซีที่มีแอนดี้ รีด โค้ชแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ คุมทัพได้ 2 ทัชดาวน์จากการขว้างของอเล็กซ์ สมิธ คอวเตอร์แบ๊กชีฟส์ และแอนดี้ ดอลตัน ควอเตอร์แบ๊กซินซินเนติ เบงกอลส์ ส่วนทีมจากสายเอ็นเอฟซีซึ่งมีเจสัน แกร์เร็ต โค้ชดัลลัส คาวบอยส์ คุมทีมได้ทัชดาวน์เดียวจากดรูว์ บรีส์ ควอเตอร์แบ๊กนิวออร์ลีนส์ เซนต์ส ส่งผลให้สายเอเอฟซีชนะโปรโบว์ลครั้งที่ 22 เท่ากับสายเอ็นเอฟซี

ส่วนเกมซุปเปอร์โบว์ลฤดูกาลนี้ หรือครั้งที่ 51 ระหว่างนิวอิงแลนด์ แพ็ตทริออตส์ แชมป์สายเอเอฟซี กับ แอตแลนตา ฟอลคอนส์ แชมป์สายเอ็นเอฟซี จะมีขึ้นที่สนามเอ็นอาร์จี สเตเดียม รังเหย้าของฮุสตัน เท็กซันส์ ที่เมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 5 กุมภาพันธ์ หรือตรงกับเช้าวันถัดมาที่ 6 กุมภาพันธ์ ตามเวลาประเทศไทย

Posted on

‘เลดี้ กาก้า’ยันแฝงความเห็นการเมืองผ่านโชว์พักครึ่ง‘ซุปเปอร์โบว์ล’

เลดี้ กาก้า นักร้องหญิงชื่อดังประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับเกียรติให้แสดงโชว์ช่วงพักครึ่งศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล นัดชิงแชมป์ “ซุปเปอร์โบว์ล” ฤดูกาลนี้

ระหว่างนิวอิงแลนด์ แพ็ตทริออตส์ กับ แอตแลนตา ฟอลคอนส์ ที่สนามเหย้าของทีมฮุสตัน เท็กซันส์ เมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ยืนยันว่าจะแฝงความคิดเห็นทางการเมืองไว้ในการแสดงโชว์ของเธอ

ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือว่าลีก “คนชนคน” ที่ไม่ต้องการให้ประเด็นทางการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับกีฬา หลังคนอเมริกันเกือบทั้งประเทศ มีความขัดแย้งกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนล่าสุด ซึ่งได้โดนัลด์ ทรัมป์ มาดำรงตำแหน่งแทนบารัค โอบามา รวมทั้งมีรายงานว่า เอ็นเอฟแอลห้ามไม่ให้เลดี้ กาก้า ที่ก่อนหน้านี้สนับสนุนฮิลลารี คลินตัน เป็นประธานาธิบดี ห้ามพูดเรื่องการเมืองในการแสดงโชว์

ล่าสุด เลดี้ กาก้า ที่ถูกทางลีกเอ็นเอฟแอลเลือกให้มาแสดงโชว์ช่วงพักครึ่ง ก่อนหน้าการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่าจะมีการแสดงความคิดเห็นของเธอ ผ่านทางการแสดงเหมือนที่เคยทำมาตลอดชีวิตอย่างแน่นอน เพราะเธอเชื่อในความเสมอภาค และจิตวิญญาณของประเทศนี้

Posted on

ทรัมป์สั่งปลดผู้บัญชาการทหารประจำวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดี

พลตรี แอร์รอล ชวอร์ตซ์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) แห่งเขตดิสตริกแห่งโคลัมเบีย อันเป็นที่ตั้งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (ดี.ซี.คือตัวย่อของดิสตริกแห่งโคลัมเบีย) ได้แจ้งว่า เขาได้รับคำสั่งให้ถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ชาติ ในวันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ.2560

ซึ่งเป็นวันที่มีพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในเวลา 12.01 นาฬิกา (เวลาเที่ยงกับหนึ่งนาที) ซึ่งงานพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดียังไม่เสร็จสิ้นเลย เขาจะมอบงานการควบคุมบังคับบัญชาทหารและตำรวจ รวมทั้งนักบินจำนวน 7,700 นาย ให้กับผู้แทนที่ทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐแต่งตั้งมาทำหน้าที่แทนต่อไป โดยพลตรี แอร์รอล ชวอร์ตซ์ ยืนยันว่าเขาจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ด้วยการส่งกองกำลังทหาร ตำรวจ และเครื่องบิน ออกไปทั่วกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อดูแลความปลอดภัยโดยรวมและเพื่อให้งานพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีดำเนินไปอย่างราบรื่น เพียงแต่เขาจะไม่มีโอกาสที่จะต้อนรับกำลังพลกลับคืนเข้ากรมกองเท่านั้น

แม้ว่าการปลดออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารระหว่างกำลังปฏิบัติภารกิจติดพันอยู่เหมือนคำกล่าวที่ว่า “เปลี่ยนม้ากลางแม่น้ำ” ดูจะขัดกับหลักนิยมทางการทหารอย่างมาก แต่ท่านนายพลกล่าวว่า ท่านเป็นทหาร ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งในกรณีนี้ประธานาธิบดีผู้ซึ่งเป็นพลเรือนเป็นผู้บังคับบัญชาเขาก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างไม่มีข้อแม้ใดทั้งสิ้น

ท่านผู้อ่านที่เคารพหลายท่านอาจจะสับสนเกี่ยวกับกองกำลังพิทักษ์ชาติ หรือ National Guard ว่าคือทหารประเภทไหน? ความจริงกองกำลังพิทักษ์ชาตินี้คือกองทหารของมลรัฐต่างๆ นั่นเองซึ่งแต่เดิมมลรัฐ 13 มลรัฐเริ่มแรกก่อนที่จะตกลงรวมกันเป็นสหรัฐอเมริกานั้นก็คือประเทศเอกราช 13 ประเทศนั่นเอง ซึ่งแต่ละประเทศก็ต้องมีกองกำลังทหารเป็นของตัวเองตามปกติ

ปัจจุบันกองกำลังพิทักษ์ชาติ เป็นกองกำลังรบหนึ่งใน 7 หน่วยของระบบกำลังสำรองของกองทัพสหรัฐ ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้ว่าการมลรัฐ และสำนักงานกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard Bureau) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลางของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ แยกออกมาเป็น 2 เหล่า คือ กองกำลังพิทักษ์ชาติของกองทัพบกและกองทัพอากาศ

กองกำลังพิทักษ์ชาติ ได้รับการฝึกเหมือนทหาร มีระบบอาวุธเหมือนกองทัพปกติ แต่กำลังพลไม่ใช่ทหารอาชีพ แต่เป็น “ทหารบ้าน” คือประชาชนธรรมดาที่ไปรับการฝึกแล้วมาทำงานในค่ายเป็นบางเวลาเท่านั้น ซึ่งทหารบ้านพวกนี้จะมีอาชีพเป็นหลักแหล่งอยู่แล้ว บางทีพวกกองกำลังพิทักษ์ชาติก็ถูกล้อว่าเป็น “พวกทหารเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์-Weekend Soldiers” แต่กองกำลังพิทักษ์ชาติก็อาจถูกส่งไปรบในอัฟกานิสถานและอิรักด้วยเหมือนกัน เพราะสหรัฐอเมริกาไม่มีระบบการเกณฑ์ทหารแล้ว เพราะเป็นกองทัพอาสาสมัครทั้งสิ้น กำลังพลของกองกำลังพิทักษ์ชาติสามารถประจำการเต็มเวลาหรือประจำการชั่วคราวได้ (กำลังพลที่ทำเต็มเวลามักจะเป็นทหารระดับประทวนและระดับสัญญาบัตร)

ปัจจุบันมีกองกำลังพิทักษ์ชาติประจำการใน 50 มลรัฐและเขตปกครองพิเศษของสหรัฐ รวม 4 แสน 6 หมื่นนาย โดยผู้ว่าการมลรัฐจะออกคำสั่งผ่านผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ชาติในมลรัฐนั้นๆ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเขตดิสตริกแห่งโคลัมเบียที่มีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตั้งอยู่นั้นไม่ใช่มลรัฐ หากแต่เป็นดินแดนของรัฐบาลกลาง ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาสูงสุดก็คือประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกานั่นเอง

หน้าที่หลักของกองกำลังพิทักษ์ชาติ คือ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในมลรัฐตามคำสั่งของผู้ว่าการมลรัฐ เช่น การเข้าควบคุมสถานการณ์ในภาวะฉุกเฉิน อาทิ การจลาจล การก่อการร้าย และการบรรเทาสาธารณภัยจากภัยพิบัติต่างๆ ส่วนหน้าที่ในระดับชาตินั้นก็จะปฏิบัติงานไปตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐ เช่น การรักษาความสงบเรียบร้อยหลังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ

ในทางปฏิบัติแล้วกองกำลังพิทักษ์ชาติ คือ กองทหารของมลรัฐและเขตปกครองพิเศษนั้นๆ ของสหรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและบรรเทาสาธารณภัยภายในมลรัฐเป็นหลัก ไม่ใช่การทำสงครามกับศัตรูภายนอกประเทศโดยตรง ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ ทหารจาก “กองกำลังพิทักษ์ชาติ” ไม่ได้เป็นทหารอาชีพเหมือนกับบรรดาทหารในกองทัพหลักของสหรัฐ

Posted on

จีนทุ่มงบ 12 ล้านล้านบาท ลงทุน “พลังงานทดแทน”

สำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติ (เอ็นอีเอ) ของจีน เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 มกราคม เตรียมทุ่มงบประมาณมูลค่าถึง 2.5 ล้านล้านหยวน หรือราว 12.9 ล้านล้านบาท ในการลงทุนกับพลังงานทดแทนระหว่างปี 2559-2563 นับเป็นความพยายามของจีน ประเทศซึ่งเป็นตลาดพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกในการลดการพึ่งพาพลังงานจากถ่านหินลง

โดยรายงานแผนการลงทุนของ เอ็นอีเอ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะสร้างงานในภาคส่วนพลังงานทดแทนได้ถึง 13 ล้านตำแหน่ง พร้อมย้ำเป้าหมายด้วยว่าพลังงานทดแทนที่จะใช้ในปี 2563 อันประกอบไปด้วยพลังงานจากลม น้ำ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานนิวเคลียร์นั้นจะเท่ากับพลังงานที่ได้จากถ่านหินปริมาณ 580 ล้านตัน หรือคิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมดในประเทศ อย่างไรก็ตามเอ็นอีเอ ไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดว่างบประมาณที่คิดเป็นราว 2.85 ล้านล้านบาทต่อปีนั้นจะนำไปใช้ลงทุนในส่วนใดบ้าง

ทั้งนี้การทุ่มงบประมาณการลงทุนดังกล่าวของรัฐบาลจีนแสดงให้เห็นถึงความพยายามของจีนที่จะลดการใช้พลังงานฟอสซิลที่เป็นแรงขับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาขณะที่ในช่วงเวลานี้จีนต้องแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหินอย่างหนัก

Posted on

ดราม่าอีก!! เมื่อ เสก โลโซ โพสต์ภาพคู่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

กำลังไปได้ดีสำหรับร็อกเกอร์ชื่อดังของไทย อย่าง เสก โลโซ ล่าสุดเพิ่ง จัดคอนเสิร์ตเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือ “แอน อังคณา” ที่กำลังป่วย ทำให้ได้รับกำลังใจจากแฟนๆ หรือแม้แต่การจับมือ”หนุ่ย-อำพล” จัดคอนเสิร์ตการกุศล ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ จนได้รับกำลังใจจำนวนมาก แต่ก็เกิดดราม่าขึ้นอีก

โดยเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา หนุ่มเสก ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพทางเฟซบุ๊ก เป็นภาพของหนุ่มเสก ถ่ายรูปคู่กับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผบ.สส. และอดีตผบ.ทบ. พร้อมข้อความระบุว่า “พี่ตุ้ย+พี่ปู+ผม@โรงแรมเอสซีพาร์ค …” โดยงานดังกล่าวเป็น งานขอบคุณกรรมการและสมาชิกสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติและสมาคมชาวเหนือ

ทั้งนี้ ได้มีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นมากมาย บางความเห็นเป็นไปในเชิงลบต่อภาพดังกล่าว ทั้งข้อความวิจารณ์ และข้อความบอกลาจากการเป็นแฟนคลับ โดยระบุว่า แม้จะชอบแนวทางการใช้ชีวิตแบบเสก โลโซ แต่ไม่เห็นด้วยกับการพบปะกับอดีตนายกฯ

แต่ก็มีแฟนคลับบางส่วน เข้ามาแสดงความเห็นคัดค้าน โดยบอกว่า ชอบทั้งคู่ และความชอบก็ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล รวมทั้งขอให้แฟนคลับแยกระหว่าง การเมืองกับ ศิลปิน

Posted on

ระทึก ! ช้าง 20 ตัว ออกจากป่า ล้อมบ้านพักเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีช้างป่าจำนวนกว่า 20 ตัวพากันออกมาล้อมบริเวณบ้านพักลำตะคลอง ซึ่งเป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ ใกล้กับบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีช้างออกมาจากป่าทั้งโขลงในลักษณะนี้ มีเพียง 1-2 ตัวที่เป็นขาประจำและมักจะออกมาบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ในช่วงปลายฤดูหนาว

นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า การที่ช้าง 20 ตัว ออกมาในบริเวณดังกล่าวถึงเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นต้นทางเดินหากินของโขลงช้างทุกวัน โดยเดินวนไปรอบๆ แล้วก็เข้าป่าไป

ซึ่งช้างโขลงนี้ ยังไม่เคยทำร้ายหรือทำความเสียหายให้กับที่ทำการอุทยานฯ หรือบ้านพักเจ้าหน้าที่เลย จะมีเพียงช้างโทนตัวเดียวที่ตกมัน ซึ่งเคยเดินเข้ามาทำลายผนังครัว และหน้าต่างโรงอาหารบริเวณที่ทำการของอุทยานฯ ซึ่งไม่ใช่ช้างที่อยู่ในโขลงนี้

เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวหรือไม่ นายครรชิต กล่าวว่า ขณะนี้อุทยานฯ เขาใหญ่ได้จัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่โดยมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และชุดผลักดันช้างคืนป่า ซึ่งหากมีช้างเข้ามาใกล้บริเวณที่มีนักท่องเที่ยวอยู่ก็จะกันนักท่องเที่ยวออกไป ทั้งนี้เนื่องจากอุทยานฯ เขาใหญ่เป็นที่อยู่ของช้าง บังคับสัตว์ไม่ได้ ก็ต้องคุมคนไม่ให้เข้าไปใกล้เพราะป่าเป็นบ้านของสัตว์แต่ดั้งเดิม