Posted on

บ้านแสนสวยสไตล์โมเดิร์น

การก่อสร้างโดยเลือกส่วนของหลังคาเป็นลักษณะแบบเพิงหมาแหงน อันเป็นแบบของหลังคาที่มีลักษณะเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเท่ห์และสง่างาม อีกทั้งยังช่วยให้บ้านดูโมเดิร์นและสวยทันสมัย

ไอเดียบุคฉบับนี้เลยจะพาชมแบบบ้านไม้ที่นำเอารูปแบบของหลังคาเพิงหมาแหงนมาใช้เป็นหลังคาของบ้านสวยทันสมัยสไตล์โมเดิร์นของ GerSS Arquitectos บริษัทสถาปนิกแห่งเมือง Achao ประเทศชิลี ที่นำเอารูปแบบการก่อสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในสไตล์ดั้งเดิมมาผสมผสานเข้ากับการก่อสร้างบ้านสำเร็จรูปในแบบทันสมัย โดยเลือกใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก ผสมผสานกับวัสดุอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงทนทานให้กับตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียว และบล็อกซีเมนตฺ์

นอกจากจะใช้วัสดุแบบผสมผสานเช่นเดียวกับการรวมกันอย่างลงตัวของสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัยแล้ว บ้านไม้หลังงามในสไตล์โมเดิร์นหลังนี้ ยังนำเอาสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของถิ่นที่ตั้งมาผสมผสานอยู่ด้วย ในแบบที่เรียกกันว่า Chilotan Architecture

จากภาพจำลองของแบบบ้านบริเวณด้านหลัง จะเห็นว่าการใช้หลังคาเป็นลักษณะแบบเพิงหมาแหงนผสมกับแบบบ้านดีไซน์เก๋ ทำให้แลดูสวยทันสมัย และเปิดโล่งสู่บรรยากาศด้านนอก โดยให้ส่วนด้านล่างภายใต้หลังคาที่แหงนขึ้นนั้น เป็นระเบียงโล่งกว่าง เปิดรับลมและอากาศ รวมถึงแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ โดยมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดปิดอย่างอิสระจากตัวบ้านด้านนอกออกสู่ภายนอก

Posted on

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะพร้าวไฟ

มะพร้าวไฟเป็นมะพร้าวสายพันธุ์หนึ่งที่พบในประเทศศรีลังกา มีเปลือกสีเหลืองทอง มีสรรพคุณเช่นเดียวกับมะพร้าวทั่วไป เช่น แก้บิด แก้ท้องเสีย รักษาโรคผิวหนัง เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอลในเลือด หากเป็นกะทิจะเพิ่มระดับไขมัน คอเลสเตอรอลในเลือด

พื้นที่ปลูกมะพร้าวไฟ ควรมีฝนตกกระจายสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 1,500 มิลลิเมตรต่อปี และไม่ควรมีฝนตกน้อยกว่า 50 มิลลิเมตร เกิน 3 เดือน อุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส ดินไม่เปรี้ยวหรือเค็มจัด การปลูกหากพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมขังจำเป็นต้องยกร่องให้สูงกว่าระดับน้ำไม่น้อยกว่า 50 ซม. คันร่องกว้าง 5-8 เมตร ร่องลึก 1 เมตร กว้าง 1 1/2-2 เมตร

ถ้าเป็นพื้นที่รกร้างแบบที่ดอน ต้องถางให้เตียน โค่นต้นไม้และขุดตอออกให้หมด ระยะปลูกที่ระหว่างต้น x ระยะระหว่างแถว เท่ากับ 6×6 เมตร ขุดหลุมกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร และลึก 1 เมตร ควรขุดในฤดูแล้ง ตากดินไว้ 7 วัน รองก้นหลุมด้วยกาบมะพร้าวใช้ดินเคล้ากับปุ๋ยคอกผสมลงไป แล้วทิ้งไว้จนถึงฤดูปลูก คือหลังจากฝนตกหนัก 2 ครั้ง เอาต้นมะพร้าวลงหลุมเอาดินกลบเหยียบด้านข้างให้แน่น ปักหลักกันลมโยก แล้วรอการเจริญเติบโต

Posted on

ต้นถั่วดาวอินคา พืชเศรษฐกิจสร้างรายได้

ถ้าพูดถึงต้นถั่วดาวอินคาแล้วทุกคนอาจจะสงสัยอาจจะสงสัยว่าเป็นพืชชนิดใดแท้ที่จริงแล้วต้นถั่วดาวอินคาเป็นพืชตระกูลถั่ว

อีกทั้งยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ถั่วดาวอินคามีลักษณะเป็นไม้เถาทรงพุ่ม ตัวฝักมักจะมี 4-8 แฉก มีรูปร่างเหมือนกับดาว มีเปลือกที่ครอบคลุมเมล็ดในถึง 3ชั้น ใน 1 ฝักมีเมล็ด 3-7 เมล็ดและเป็นพืชที่มีขนาดเล็กสีเขียวสดเมื่อฝักยังอ่อน และมีสีน้ำตาลเข้มเมื่อฝักแก่เต็มที ปัจจุบันได้เข้ามาปลูกที่พะเยาโดยเริ่มต้นที่ ต.บ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา

ต้นถั่วดาวอินคาจะเจริญเติบโตในระดับความสูง 2-3 เมตร พืชชนิดนี้ชอบในสภาพอากาศอุ่น เป็นพืชที่ต้องการแสงแดดและความชื้นสูง ไม่ชอบให้มีน้ำขัง ดูแลได้ง่ายสามารถปลูกได้กับดินทั่วประเทศไทย ในการการนำมาประกอบอาหารทุกส่วนของต้นดาวอินคาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น ยอดและใบอ่อน สามารถนำไปผัด ส่วนใบโดยเฉพาะใบที่ยังไม่แก่มากและเปลือกนำไปผึ่งแดด 1 – 2 แดด แล้วไปต้มดื่มเป็นน้ำชา ส่วนเมล็ดนำไปสกัดเย็นเป็นนำมันซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ด้านการส่งออกผลผลิตจะมีบริษัทเอกชนเข้ามาส่งเสริมการปลูกและรับซื้อถั่วดาวอินคา

โดยให้เกษตรกรทำสัญญากับบริษัทอย่างถูกต้องตามกฎหมายและบางส่วนเกษตรกรก็นำไปขายด้วยต้นเองเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม

การปลูกถั่วดาวอินคาสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรกว่าหลายแสนบาทต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตแต่ละครั้ง ซึ่งพืชชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น มีวิตามิน A และ E อีกทั้งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 6 และ 9 ในปริมาณที่สูง ซึ่งในอนาคตพืชชนิดนี้จะเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะว่าตลาดต่างประเทศกำลังต้องการผลผลิตจากถั่วดาวอินคา

Posted on

มะขามป้อม สมุนไพรตัวเทพที่หลายคนมองข้าม

ในช่วงอากาศใกล้เปลี่ยนแปลงแบบนี้ หลายคนอาจจะป่วย ไอค่อกแค่กหรือเกิดอาการหวัดให้เห็น ต้องจัดวิตามินซีเน้นๆ สักหน่อย แต่ถ้าจะให้ดีต้องมาจากธรรมชาติถึงจะปลอดภัยกับเรามากที่สุด คนส่วนใหญ่เวลาคิดถึงวิตามินซีมักนึกถึงส้ม ขอเบรกไว้ก่อนเพราะเราอยากจะบอกว่า ‘มะขามป้อม’ เป็นตัวแม่ของวิตามินซีเลยล่ะ

มะขามป้อมเป็นสมุนไพรที่ฮิตกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ เป็นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาและความชุ่มชื้น แถมยังเป็นอาหารและยารักษาโรคได้ดีมากๆ มะขามป้อมลูกเล็กๆ สีเขียว ให้รสชาติถึง 5 รสด้วยกันคือ เปรี้ยว หวาน เผ็ดร้อน ขม ฝาด

เด็ดกว่านั้น ทุกส่วนของต้นมะขามป้อมก็เอามาทำยารักษาได้ทั้งสิ้น ในมะขามป้อม 1 ลูก มีวิตามินซีสูงมากเทียบเท่ากับส้ม 1-2 ผล นับเป็นยาอายุวัฒนะขนานหนึ่ง สามารถกินเป็นผลไม้แก้กระหายน้ำได้ อีกทั้งเป็นยาบำรุงแก้หวัด แก้ไอ ละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย รักษาเลือดออกตามไรฟัน แถมมีแคลเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง รักษาไข้จากอากาศเปลี่ยน

ตามตำรับยาไทยเขาเอามะขามป้อมสดคั้นเป็นน้ำแล้วดื่มวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ช้อนชา น้ำคั้นมะขามป้อมมีฤทธิ์เป็นยาเย็นช่วยลดความร้อน และระบายความร้อนออกจากร่างกาย ทำให้ปัสสาวะคล่อง

บำรุงเสียง

มะขามป้อมช่วยให้ชุ่มคอ คอไม่แห้ง เสียงสดใสไม่แหบ นักร้องสมัยก่อนจึงเฉือนลูกมะขามป้อมชิ้นหนึ่งอมไว้จนร้องเสร็จเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงแหบแห้ง อีกทั้งใช้ละลายเสมหะ กระตุ้นให้หลั่งน้ำลาย จึงแก้กระหายน้ำได้ดี

ผมดกดำ ไม่หงอกก่อนวัย

ที่อินเดียนิยมเอามะขามป้อมมาทำเป็นน้ำมันบำรุงให้ผมดกดำ รวมถึงป้องกันผมหงอกก่อนวัย และผมร่วง บ้านเราเองก็มีวิธีง่ายๆ เป็นสูตรจากโรงพยาบาลเจ้าพระยา-อภัยภูเบศร โดยนำมะขามป้อมแห้ง 1 กำมือแช่ในน้ำ 1 ขัน ค้างไว้ 1 คืน เมื่อสระผมเสร็จค่อยเอาน้ำแช่มะขามป้อมล้างเป็นน้ำสุดท้าย ผมจะแข็งแรงและลดปัญหาผมหงอก

แก้หวัด ไอ เจ็บคอ

ผลมะขามป้อมมีสรรพคุณแก้หวัด แก้ไอได้ดี ใช้มะขามป้อม 15-30 ผล คั้นเอาแต่น้ำสำหรับดื่มเป็นครั้งคราวสามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้

บำรุงร่างกายให้แข็งแรง

ตำราอินเดีย ยกมะขามป้อมให้เป็นผลไม้บำรุงร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเชื่อกันว่าถ้ากินวันละ 1 ลูกทุกวัน สุขภาพจะสมบูรณ์แข็งแรง เพราะมะขามป้อมบำรุงแทบจะทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่ผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ กระเพาะ ลำไส้ ผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย บำรุงเลือดและบำรุงกำลัง ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่ามะขามป้อมมีส่วนช่วยลดความดัน ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด

ที่มา : Women’s Health Thailand

Posted on

เส้นประสาทมือถูกบีบรัด

ถ้าอยู่ ๆ รู้สึกมีอาการปวดหรือชาปลายมือ แล้วสังเกตได้ชัดเจนว่า เป็นเฉพาะที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางซีกที่อยู่ติดกับนิ้วกลาง ส่วนนิ้วก้อยและนิ้วนางซีกที่อยู่ติดกับนิ้วก้อยไม่มีอาการผิดปกติ ก็ให้นึกถึงอาการโรค “เส้นประสาทมือถูกบีบรัด”

โรคนี้เกิดจากสาเหตุหลายอย่าง ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา และถ้าเป็นรุนแรงก็จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ก็จะช่วยให้หายได้

สาเหตุสำคัญของโรคเส้นประสาทมือถูกบีบรัด เกิดจากการที่เส้นประสาทมือที่อยู่บริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางซีกที่ติดกับนิ้วกลางถูกบีบรัด ในบางราย เส้นประสาทมือในบริเวณช่องใต้กระดูกข้อมืออาจถูกบีบรัด เนื่อง จากเยื่อหุ้มเอ็นที่อยู่ในช่องใต้กระดูกข้อมือบวม หรือกระดูกข้อมือโตทำให้ช่องใต้กระดูกข้อมือแคบ หรือแผ่นพังผืดเสื่อมและหนาตัวขึ้น ทั้งนี้อาจเกิดจากการบาดเจ็บที่ข้อมือ หรือการใช้ข้อมืออย่างผิด ๆ ซ้ำซาก หรืออาจพบร่วมกับภาวะอื่น ๆ เช่น การตั้งครรภ์ ระยะก่อนมีประจำเดือน เบาหวาน ภาวะขาดไทรอยด์ โรคปวดข้อรูมาตอยด์ ภาวะอ้วน เป็นต้น บางรายอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน เช่นเดียวกับในบางรายอาจพบว่ามีญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย

เมื่อเส้นประสาทถูกบีบรัด ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหรือชาบริเวณ 3 นิ้วครึ่ง (นับจากหัวแม่โป้ง) หากการบีบรัดเกิดขึ้นชั่วคราว (เช่น การตั้งครรภ์ ระยะก่อนมีประจำเดือน) อาการก็จะเป็นอยู่ชั่วคราว และทุเลาไปได้เองเมื่อภาวะที่เป็นสาเหตุนั้นได้หายไป แต่หากการบีบรัดนั้นเกิดขึ้นอย่างถาวร ก็อาจทำให้เกิดอาการเรื้อรังจนทำลายเส้นประสาทได้

ลักษณะอาการ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนหรือรู้สึกชาเป็นพัก ๆ ที่มือ (โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และซีกหนึ่งของนิ้วนางด้านที่ติดกับนิ้วกลาง) บางครั้งอาจปวดร้าวขึ้นไปที่แขนหรือหัวไหล่ อาการปวดมักจะเป็นมากตอนกลางคืนหรือตอนเช้ามืด จนบางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยสะดุ้งตื่น บางรายเมื่อได้ห้อยข้อมือตรงขอบเตียงหรือสะบัดมือจะรู้สึกทุเลาลงได้

การทำงานโดยใช้ข้อมือ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่างอข้อมือมาก ๆ หรือเร็ว ๆ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน พิมพ์ดีด) งอข้อมือเร็ว ๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดหรือชาได้ ถ้าเป็นมาก อาจทำให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วอื่น ๆ ชาและอ่อนแรงได้ อาการอาจเกิดที่มือข้างเดียว หรือ 2 ข้างก็ได้ ส่วนในรายที่เป็นระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอดอาการมักจะหายไปได้เอง

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัย ดังนี้ วินิจฉัยจากอาการปวดหรือชาที่บริเวณ 1 นิ้วครึ่ง ได้แก่ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางซีกที่ติดกับนิ้วกลาง วินิจฉัยจากการกดหรือเคาะที่ข้อมือ (ตรงด้านเดียวกับฝ่ามือ) ข้างที่มีอาการ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหรือชาที่ปลายมือได้ และแพทย์จะวินิจฉัยโดยการทดสอบให้ผู้ป่วยวางหลังมือ 2 ข้างชนกัน ในท่างอข้อมือให้มากที่สุด และนิ้วมือชี้ลงพื้นนาน 60 วินาที ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจมีอาการปวดหรือชาปลายนิ้วมือ 3 นิ้วครึ่ง ซึ่งทางการแพทย์เรียกการทดสอบนี้ว่า “อาการฟาเลน” และในบางครั้งแพทย์อาจทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography หรือ EMG)

โรคนี้พบได้ค่อนข้างบ่อยในผู้หญิงมากกว่าในผู้ชายถึง 3 เท่า (เนื่องจากช่องใต้กระดูกข้อมือของผู้หญิงมีลักษณะแคบกว่า) และมักพบในคนอ้วน คนที่เป็นเบาหวาน โรคปวดข้อรูมาตอยด์ ขณะตั้งครรภ์หรือระยะก่อนมีประจำเดือน หรือในคนที่ใช้ข้อมืออย่างผิด ๆ

ฉบับหน้ามาติดตามกันต่อถึงแนวทางการรักษา การป้องกัน และการดูแลตนเองเมื่อมีอาการแล้ว

รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ
อดีตอาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

Posted on

พฤติกรรมเสี่ยง ต่อการเกิดโรคหัวใจ

โรคหัวใจ เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดในลำดับต้น ๆ สาเหตุสำคัญก็เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย

การหาแนวทางป้องกันและกระบวนการรักษาจึงมีความสำคัญมาก เพื่อที่จะให้ผู้ป่วยโรคหัวใจหายขาดและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

ปัญหาโรคหัวใจในปัจจุบันมีหลากหลายแบบ เช่น หัวใจผิดปกติตั้งแต่กำเนิด หัวใจอุดตัน หัวใจล้มเหลว ระบบไฟฟ้าในหัวใจเต้นผิดปกติ แต่โรคหัวใจที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตได้มาก จะเป็นกรณีหัวใจขาดเลือด และหลอดเลือดอุดตัน ที่มักจะพบอยู่เป็นประจำในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

เมื่อพบว่าเป็นหัวใจขาดเลือดและหลอดเลือดอุดตัน ก็มักจะมีอาการตามมาด้วยโรคหัวใจล้มเหลว หัวใจวาย มีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติเพราะหัวใจขาดเลือด และส่งผลให้ระบบไฟฟ้าในหัวใจรวนได้อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดจะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 6 คนต่อหนึ่งชั่วโมง ซึ่งอาจมีตัวเลขที่มากขึ้นได้หากพิจารณาตามขนาดของจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

รูปแบบพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ

1. กรรมพันธุ์ ที่จะส่งผ่านมาจากทางบิดา มารดา ที่เป็นโรคหัวใจ จะส่งผลให้มีอัตราเสี่ยงที่จะเป็นมากกว่าปกติ

2. พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากตัวเอง เช่น เป็นไขมันสูง ความดันโลหิตสูง เป็นโรคเบาหวาน แต่ไม่ควบคุมพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งการกิน การออกกำลังกาย รวมไปถึงการสูบบุหรี่ ส่งผลทำให้สามารถเป็นโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้

สำหรับคำแนะนำ ในผู้สูงอายุ ต้องอธิบายว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุแล้ว แต่ได้สั่งสมมาตั้งแต่อายุน้อย ๆ เปรียบเสมือน ท่อนํ้าที่สะสมสิ่งต่าง ๆ จนท่อสกปรก ไม่ได้เกิดขึ้นจากการสะสมเพียงไม่กี่วัน หรือไม่กี่ปี แต่ใช้เวลานานถึง 10 ปี จึงจะพบปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้

ดังนั้น จึงไม่ควรประมาทในการดูแลตัวเองตั้งแต่ยังวัยรุ่นและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง อาทิ หนังสัตว์ หมูสามชั้น ของทอด หมั่นออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพอยู่เสมอ

หลายคนอาจคิดว่า ออกกำลังกายทุกวันสุขภาพจะแข็งแรง ไม่น่าจะเป็นโรคอะไร แต่การที่ไม่ได้รับการตรวจสุขภาพ ตรวจวัดไขมันในเลือดว่าสูงหรือไม่ หรือมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นหรือไม่ บางคนคิดว่าร่างกายผอม ไม่คิดว่าจะเป็นโรคหัวใจ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะคนที่มีรูปร่างผอม บางทีอาจจะสูบบุหรี่จัด หรือมีกรรมพันธุ์ที่แย่มากก็สามารถเป็นโรคหัวใจได้ ไม่ต่างจากคนที่มีรูปร่างอ้วนและนํ้าหนักเกินกว่าปกติ

สิ่งสำคัญเน้นยํ้าอีกทีว่า ไม่ควรประมาทในการใช้ชีวิตทั้งการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การขจัดความเครียดที่เกิดจากการทำงาน เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจช่วยให้คุณหลุดพ้นจากการมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้นั่นเอง.

ผศ.นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

Posted on

อันดอร์ร่า หยุดสถิติไร้ชัยเกือบ 13 ปี หลังคว่ำซาน มาริโน่ 2-0

อันดอร์ร่า หยุดสถิติไร้ชัยเกือบ 13 ปี หลังคว่ำซาน มาริโน่ 2-0

หยุดสถิติที่ไม่น่าจดจำเสียที! เมื่อ ทีมชาติอันดอร์ร่า หยุดสถิติไม่ชนะใครติดต่อกันมากที่สุดในโลกได้สำเร็จ ในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับทีมชาติซาน มาริโน่ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ชัยชนะ 2-0 ที่อันดอร์ร่ามีเหนือซาน มาริโน่ ทำให้พวกเขาปิดตำนานสถิติไม่ชนะใครติดต่อกันถึง 86 เกมเป็นที่เรียบร้อย นับเป็นชัยชนะหนแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2004 ที่เฉือนเอาชนะมาซิโดเนีย 1-0 หรือเกือบ 13 ปีเลยทีเดียว

หลังจากชัยชนะดังกล่าวของอันดอร์ร่า ส่งผลให้ความกดดันนั้นเทไปอยู่กับ ซาน มาริโน่ ทันที เมื่อพวกเขาก็ยังไม่ชนะใครเลยมา 75 เกมแล้ว นับตั้งแต่เอาชนะลิชเทนสไตน์ในเดือนเมษายน 2004 ซึ่งเป็นชัยชนะเพียงหนเดียวนับตั้งแต่ส่งทีมร่วมแข่งขันในปี 1990

ปัจจุบัน อันดอร์ร่า อยู่อันดับที่ 203 ในฟีฟ่าแรงกิ้ง ส่วน ซาน มาริโน่ นั้นอยู่อันดับ 202

Posted on

“คีวา” ปอดเหล็กเคนย่าคว้าชัยประเดิม “บุรีรัมย์ มาราธอน”

“บุรีรัมย์ มาราธอน” ครั้งแรกประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ สร้างปรากฎการณ์ดึงนักวิ่งเรือนหมื่น ทดสอบความแกร่งบนสนามแข่งรถระดับโลกและเส้นทางสุดคลาสสิคในจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โดย คอสมาส มูตูกู คีวา นักวิ่งปอดเหล็กชาวเคนย่าประเดิมว้าชัยชนะมาราธอนชายด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 17.00 นาที ส่วน บุญถึง ศรีสังข์ เร็วสุดของนักวิ่งสัญชาติไทย เวลา 2 ชั่วโมง 29.10 นาที

การแข่งขันวิ่งมาตรฐานโลก รายการ บุรีรัมย์ มาราธอน Presented by เครื่องดื่มตราช้าง 2017 เประเดิมเปิดฉากครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางอากาศหนาวบนเส้นทางแห่งมนต์เสน่ห์ของจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งในโซนที่มีความทันสมัย และอารยธรรมเก่าแก่ ซึ่งสะท้อนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ได้รับการกำกับมาตรฐานโดย IAAF พร้อมกับปิดการจราจรในเส้นทางการแข่งขันแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีเส้นทางเต็มระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตร, ฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กิโลเมตร, มินิ มาราธอน 10 กิโลเมตร และฟันรัน 5 กิโลเมตร

บุรีรัมย์ มาราธอน จัดพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงเช้าตรู่ ก่อนจะจัดการออกสตาร์ทเป็น 4 ช่วง โดยในเวลา 4.00 น. เป็นการปล่อยตัวนักวิ่งกลุ่มมาราธอน 42.195 กม. ซึ่งมียอดนักวิ่งระดับโลกจากเคนย่าเข้าร่วมแข่งขันด้วย ขณะที่นักวิ่งชั้นนำของไทยก็ตบท้าวเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

โดยผลการแข่งขันปรากฏว่าแชมป์ครั้งแรกของ บุรีรัมย์ มาราธอน ตกเป็นของ คอสมาส มูตูกู คีวา ยอดนักวิ่งปิดเหล็กชาวเคนย่าที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 17.00 นาที ยังไม่สามารถทำลายสถิติโลกได้ ตามด้วย ชาร์ลส์ วาชีร่า ไมน่า เพื่อนร่วมชาติในเวลา 2 ชั่วโมง 19.32 นาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ เบอร์นาร์ด มูโทนี จากชาติเดียวกัน ในเวลา 2 ชั่วโมง 23.50 นาที ด้าน บุญถึง ศรีสังข์ ยอดนักวิ่งชาวไทยทำเวลาเร็วที่สุดในกลุ่มนักวิ่งไทย 2 ชั่วโมง 29.10 นาที

ส่วนแชมป์ประเภทมาราธอนหญิงเป็นของ เยซูมี เอยาลูว์ เอจิยู ปอดเหล็กสาวชาวเอธิโอเปีย ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 40.57 นาที ตามด้วย มาร์กาเร็ต เอ็นจูคูกม่า วังกู ชาวเคนย่า เวลา 2 ชั่วโมง 42.10 นาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ซาลิน่า เจเบ็ต นักวิ่งสาวเคนย่าด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 43.16 นาที

ด้านการแข่งขันในรุ่น ฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กม. ปล่อยตัวในเวลา 5.30 น. แชมป์ประเภทชายตกเป็นของ โรติช เคนเน็ตเคมโบอิ นักวิ่งเคนย่าด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 4.07 นาที ตามด้วยเพื่อนร่วมชาติทั้ง 3 คนอย่าง เบ็ตเวท เชมเวโน, เอ็นดูตา เอ็นจีจี้ และ สตีเฟน เอ็นคูบิตู โดยในรุ่นนี้นักวิ่งไทยอย่าง สัญชัย นามเขต จบการแข่งขันในอันดับ 5 ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 8.41 นาที ช้ากว่าอันดับ 4 เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น

ขณะที่แชมป์ฮาล์ฟ มาราธอนหญิงตกเป็นของ กาดาเมช เอ็ม ยาเยห์ นักวิ่งสาวเอธิโอเปียด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 15.09 นาที ตามด้วย มาเรียน วานจิรู และซินเทีย โทเว็ตต์ 2 สาวเคนย่าในอันดับ 2 และ 3 ส่วนอันดับ 4 และ 5 เป็นของยอดนักวิ่งสาวไทยได้แก่ นาตยา ธนรณวัฒน์ นักวิ่งดีกรีทีมชาติไทย เวลา 1 ชั่วโมง 24.29 นาที และ ลินดา จันทชิต เวลา 1 ชั่วโมง 25.17 นาที

สำหรับ บุรีรัมย์ มาราธอน 2017 Presented by เครื่องดื่มตราช้าง ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยนักวิ่งจำนวนมากที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยฝ่ายจัดงานประกาศยืนยันว่าจะจัดการแข่งขันขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอนในปีหน้า

Posted on

ส.บอลเปิดจำหน่ายบัตรช้างศึกดวลซาอุฯ 3 มี.ค.นี้

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เตรียมเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 6 ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น.

โดยเกมในนัดแรกเป็น ซาอุดิอาระเบีย ที่เฉือนชนะ ช้างศึก ไปอย่างเจ็บแสบ 1-0 จากลูกจุดโทษในช่วงท้ายเกม ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน ทีมชาติไทย มีอยู่ 1 คะแนน ส่วน ซาอุฯ มีอยู่ 10 คะเเนนเท่ากับ ญี่ปุ่น แต่มีประตูได้เสียที่ดีกว่า

สำหรับราคาบัตรเข้าชมมีดังต่อไปนี้

W1 = 600 บาท
W2 = 500 บาท
W3 = 400 บาท
E1 = 300 บาท
E2 – 3 = 200 บาท
N,S = 100 บาท

ทั้งนี้ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 6 ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย จะแข่งขันในวันที่ 23 มีนาคม เวลา 19.00 น.

Posted on

แจ็คล้มยักษ์! เผยกุนซือนอกลีกผู้เขี่ยเบิร์นลีย์ตกรอบ ยังเป็นครูพละเมื่อปีที่แล้วอยู่เลย

มีรายงานเผยว่า แดนนี่ คาวลีย์ กุนซือลินคอล์น ซิตี้ ที่เพิ่งพาทีม “ภูตน้อย” เขี่ย เบิร์นลีย์ ตกรอบเอฟเอ คัพ ไปเมื่อวันก่อนนั้น เคยทำงานเป็นครูพละควบคู่กับงานกุนซือแบบพาร์ทไทม์เมื่อปีที่แล้ว

เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว แดนนี่ คาวลีย์ และ นิกกี้ น้องของเขายังคงรับงานเป็นครูสอนวิชาพละควบคู่กับงานกุนซือชแบบพาร์ทไทม์ให้กับทีมนอกลีก โดยก่อนหน้านี้ แดนนี่ คาวลีย์ รับงานกุนซือพาร์ทไทม์ให้กับทีมนอกลีกของอังกฤษอย่าง คอนคอร์ด เรนเจอร์ส และ เบรนทรี ทาว์น แถมยังเคยพา เบรนทรี ทาวน์ ทะลุสู่รอบเพลย์ออฟเพื่อขึ้นไปเล่นลีกทูมาแล้ว ก่อนจะอกหักหลังพ่ายให้กับ กริมสบี้ ทาวน์

หลังจากนั้นเจ้าตัวขอลาออกจากเบรนทรีเพื่อรับสัญญากุนซืออาชีพระยะเวลา 2 ปีกับทาง ลินคอล์น ซิตี้ พร้อมดึงตัว นิกกี้ น้องชายของเขารับบทเป็นผู้ช่วยกุนซือ จนพาทีม “ภูตน้อย” ขึ้นมาอยู่จ่าฝูงของตารางศึกเนชั่นแนลลีก (นอกลีก) ในเวลานี้ แถมยังสร้างตำนาน “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” ด้วยการล้ม เบิร์นลีย์ ทีมในศึกพรีเมียร์ ลีก กระเด็นตกรอบเอฟเอ คัพ กลายเป็นทีมนอกลีกในรอบ 103 ปีที่ทะลุเข้าไปเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้าย ชนิดช็อคแฟนบอลเมืองผู้ดี

และจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้กุนซือวัย 37 ปีเป็นที่จับตามองในทันที คงต้องดูกันต่อไปว่าทีมนอกลีกอย่าง ลินคอล์น ซิตี้ จะไปถึงไหนในซศึกเอฟเอ คัพปีนี้ แต่การเดินทางมาไกลขนาดนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดแล้วสำหรับทีม “ภูตน้อย”