Posted on

ส่องความนัย 5 คู่หวาน หอบดอกไม้ช่อโตยินดีงานรับปริญญา

snb

ส่องความนัย 5 คู่หวาน หอบดอกไม้ช่อโตยินดีงานรับปริญญา

กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว สำหรับการมอบช่อดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีกับบัณทิตที่เข้าพิธีรับปริญญา คนบันเทิงก็เช่นกัน หลายคู่จึงถูกจับตาว่าในงานอันน่ายินดีเช่นนี้ “คู่จิ้น-คู่จริง” จะมาร่วมแสดงความยินดีด้วยหรือไม่ แต่ความพิเศษคงไม่ได้อยู่ที่ความอลังการของช่อดอกไม้ แต่อยู่ที่ความในใจของผู้มอบให้ต่างหาก และนี่คือ “ส่องความนัย 5 คู่หวาน หอบดอกไม้ช่อโตยินดีงานรับปริญญา”

คู่นี้ถึงยังไม่ออกปากเรื่องสถานะชัดเจน แต่ความในใจก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่า มีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน เมื่อหนุ่ม “หมาก ปริญ” เข้ารับปริญญาที่มหาวิทยาลัยรังสิตทั้งที นางเอกสาว “คิม คิมเบอร์ลี่” จึงไม่พลาดหอบดอกไม้ช่อโตมาแสดงความยินดี ซึ่งดอกไม้ช่อนี้ไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะเป็นร้านโปรดที่ทั้งคู่ใช้บริการเป็นประจำ โดยสาวคิมมี่ลงทุนไปจัดช่อดอกไม้เองที่ร้าน GETTAVA (เก็ตทาว่า) ทำเอามดเกือบขึ้นร้านดอกไม้เลยทีเดียว

ส่วนคู่จริง เอ๊ย คู่จิ้น อีกคู่ของช่อง 3 อย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา” แม้ฝ่ายชายจะทำสื่อและแฟนคลับรอเก้อ เพราะไม่เห็นแม้แต่เงาของพระเอกหนุ่มไปยินดีในงานรับปริญญาของฝ่ายหญิงที่มหาวิทยาลัย แต่หัวเราะทีหลังดังกว่านะจ๊ะ เพราะหนุ่มแบรี่หอบดอกกุหลาบสีขาวช่อยักษ์ พร้อมป้าย congratulations มาเซอร์ไพรส์กันถึงประตูบ้านเลยทีเดียว แหม ตอกย้ำสถานะคนพิเศษสุดๆ

Posted on

โชเฟอร์แท็กซี่ดับปริศนาคารถ เศร้าอีก 10 วันจะเข้าพิธีบวช

s-one

โชเฟอร์แท็กซี่ดับปริศนาคารถ เศร้าอีก 10 วันจะเข้าพิธีบวช

พ.ต.ท.สำราญราชเดช เฉียบแหลม รองผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากพระปลัดเล็ก อานันโท เลขานุการเจ้าคณะอำเภอบ้านแฮด จ.ขอนแก่น ว่า ได้มีคนตายไม่ทราบสาเหตุอยู่ในรถแท็กซี่จอดอยู่ภายในวัดศรีนวล จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปตรวจที่เกิดเหตุ

โดยพบศพ นายสมทรง อายุ 52 ปี ซึ่งมีบัตรประจำตัวผู้ขับรถแท็กซี่ในเขต สนง.ขนส่ง จ.ขอนแก่น นอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะคนขับรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทข 327 ขอนแก่น สีน้ำเงินคาดเหลือง เครื่องรถยนต์ยังติดอยู่ โดยผู้ตายสวมเสื้อสีน้ำเงินสวมทับเสื้อแจ๊กเก็ตสีดำ กางเกงขายาวสีน้ำตาล สวมแว่นสายตา มือซ้ายถือโทรศัพท์มือถือ หน้าจอเป็นเกมส์ประเภทหนึ่งที่ผู้ตายเล่นค้างเอาไว้

จากการสอบถามพระปลัดเล็ก ทราบว่า ผู้ตายเป็นคนที่เข้ามาในวัดศรีนวลทุกวัน โดยเฉพาะตอนเที่ยงจะเข้ามารับอาหารบิณฑบาตจากพระเณรในวัดไปรับประทานเสมอ และพูดคุยธรรมมะกับพระเณรในวัดทุกครั้ง เมื่อเร็วๆนี้ผู้ตายได้ลงชื่อสมัครบวชเป็นพระภิกษุ ในโครงการอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยขอสมัครในฐานะประชากรใน อ.บ้านแฮด และเตรียมที่จะปลงผมนาคและเข้าพิธีอุปสมบทในวันจันทร์ที่ 28 พ.ย.2559 ณ วัดหนองกุง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
ก่อนที่จะพบศพนายสมทรง เมื่อเวลา 11.00 น.วันดังกล่าวได้มีสามเณรภายในวัดศรีนวล เห็นนายสมทรงขับรถแท็กซี่คันเกิดเหตุเข้ามาจอดภายในวัด จากนั้นได้เดินลงมาจากรถไปเอาปิ่นโต ที่พระเณรฉันท์แล้วมารับประทานใกล้กับรถแท็กซี่ของตนเอง เมื่อล้างปิ่นโตและเก็บเรียบร้อย นายสมทรงได้เข้ามาในรถแท็กซี่พร้อมกับสตาร์ทรถ เปิดแอร์ เอนเบาะตรงหลังพวงมาลัย แล้วก็นอนเล่นมือถือ กระทั่งตกเย็นพระเณรในวัดเห็นว่านายสมทรงจอดนานมาก ไม่ยอมไปขับรถแท็กซี่เหมือนเช่นปกติ จึงได้เดินไปดูที่รถก็พบว่ารถยังติดเครื่องอยู่ ปิดกระจกในรถทุกด้าน เมื่อเปิดประตูรถออกมาพบว่านายสมทรงนอนแข็งทื่อ จับชีพจรก็ไม่เต้นแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.นพดล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า นายสมทรงที่เป็นคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวเข้ามาจอด แล้วนั่งพักผ่อนอยู่ในรถ โดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วง 12.00 น. กระทั่งถึง 18.00 น. สภาพศพไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย และไม่มีทรัพย์สินสูญหายแม้แต่อย่างใด

เบื้องต้นสันนิษฐาน ว่า สาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากการสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่ก็ไม่พบว่าถังแก๊สที่ติดอยู่ภายในรถมีรอยรั่วซึม อย่างไรก็ตามต้องนำศพนายสมทรงไปตรวจสอบที่ รพ.ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนส่งมอบให้ทางญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

Posted on

อลเวง ย่าวางแผนให้คนงานลักพาตัวหลานมาบ้าน หลังมีปัญหากับสะใภ้

%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2

อลเวง ย่าวางแผนให้คนงานลักพาตัวหลานมาบ้าน หลังมีปัญหากับสะใภ้

แม่โร่แจ้งความ ลูกสาววัย 4 ขวบหาย สุดท้ายแม่ผัวสารภาพวางแผนลักหลานสาว

(18 พ.ย.) ด.ต.นัฐพงษ์ ศรีไสว ผบ.หมู่ จร.สภ.เมืองอุดรธานี ขณะปฎิบัติหน้าที่อยู่ บขส.แห่งที่ 1 ถนนสายอุทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้มี น.ส.รัตน์ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี สามีภรรยา แจ้งว่าลูกสาวถูกลูกจ้างโรงเรียนแม่สามีลักพาตัว เหตุเกิดเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

น.ส.รัตน์ (นามสมมติ) ให้การว่า ตนเป็นชาวอุดรธานีส่วนสามีเป็นชาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีลูกสาว 1 คน ชื่อ น้องไบร์ท อายุ 4 ขวบ ตนมีกิจการรีสอร์ท 2 แห่ง ซึ่งตนดูแลกิจการรีสอร์ทกับลูกสาว

ส่วนสามีจะอยู่ อ.กระทุ่มแบน แต่จะเดินทางมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ล่าสุดสามีเดินทางมาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้

ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน ได้มี น.ส.นา ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง อายุประมาณ 40 ปี ชาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผิวสีดำ รูปร่าวท้วม สวมแว่นสายตา เป็นคนงานในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งของแม่สามี ได้โทรศัพท์หามาสามีของตน บอกว่าจะนั่งรถทัวร์โดยสารเอาเสื้อผ้ามาให้ สามีของตนได้ไปรับ น.ส.นา ที่ บขส. และพามาพักอยู่ในรีสอร์ท 1 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ก่อนเกิดเหตุ เวลา 11.00 น. เช้าวันนี้ น.ส.นา เดินไปยืมจักรยานยนต์กับแม่ตน อ้างว่าจะพา น้องไบร์ท ขี่รถไปดูรีสอร์ทสาขา 2 กระทั่งเวลา 12.00 น. น.ส.นา ได้นำรถจักรยานยนต์มาจอดหน้ารีสอร์ท แล้วหายไปกับน้องไบร์ท

Posted on

ทบ.เตรียมลงโทษสถานหนัก ครูฝึกทหารใช้ความรุนแรง

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2

ทบ.เตรียมลงโทษสถานหนัก ครูฝึกทหารใช้ความรุนแรง

พ.อ.วินธัย เผย ทบ. เตรียมลงโทษสถานหนัก ครูฝึกทหารใช้ความรุนแรงกับผู้เข้ารับการฝึกทหาร หากพบอีก ดำเนินการทางวินัยทันที

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กรณีมีการเผยแพร่คลิปบุคคลลักษณะคล้ายครูฝึกทหาร ปฏิบัติไม่เหมาะสมโดยมีการใช้ความรุนแรงกับผู้เข้ารับการฝึกทหารว่า ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ซึ่งพบว่าหน่วยต้นสังกัดคือศูนย์การทหารม้า จึงได้สั่งการให้ดำเนินการสอบสวนทันที

ทั้งนี้ เบื้องต้นพบว่าเป็นพฤติกรรมการปฏิบัติของครูฝึกในหลักสูตรจู่โจมของศูนย์การทหารม้าที่ปฏิบัติต่อผู้เข้ารับการฝึกอย่างไม่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามระเบียบตามที่ทางราชการกำหนด ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างชัดเจน ทั้งนี้ถ้าผลการตรวจสอบมีความชัดเจนแล้ว กำลังพลที่ปฏิบัติพฤติกรรมไม่เหมาะสมดังกล่าวจะต้องได้รับโทษสถานหนักอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน พ.อ.วินธัย ระบุว่า สำหรับในเรื่องความประพฤติของกำลังพลใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมนั้น ทาง ผู้บัญชาการทหารบก มีการกำชับไปแล้วกับผู้บังคับหน่วยทุกหน่วยของกองทัพบก ที่จะต้องให้ระมัดระวังให้มาก ซึ่งถ้าหากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะต้องดำเนินการทางวินัยสถานหนักทันที

Posted on

ตร.รวบแล้ว2ผัวเมียเชิดเงินหลังหลอกให้จั๊กจั่นช่วยขายข้าว

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2

ตร.รวบแล้ว2ผัวเมียเชิดเงินหลังหลอกให้จั๊กจั่นช่วยขายข้าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เผย รวบแล้ว 2 สามีภรรยา หลอก ‘จั๊กจั่น’ ให้ช่วยประกาศขายข้าว ด้าน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ล่าสุด ผบช.น. ร่วม ดาราสาว แถลง สร้างความเสียหาย กว่า 8 หมื่นบาท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาการผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ล่าสุดสามารถจับกุมตัว 2 สามีภรรยา ที่หลอกให้ “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข” โพสต์อินสตาแกรม (IG) ช่วยประกาศขายข้าวก่อนเชิดเงินหลบหนีได้แล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ย่านมีนบุรี ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากไม่มีเงิน

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวอีกว่าวันนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. จะเดินทางมาแถลงคดีนี้ด้วยตนเอง ณ ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงลาดยาว เขตจัตุจักร กรุงเทพมหานคร

ล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย นางสาวอคัมย์สิริ สุวรรณศุข หรือ จั๊กจั่น ดารานักแสดงชื่อดัง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายนพจร ปานนิยม อายุ 23 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย และ นางสาวกาญจนานุช อุดมศักดิ์ หรือ อาร์ม อายุ 23 ปี แฟนสาว ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยจับกุมได้ที่ หน้าร้านชิล ชิล จ.ปทุมธานี

จากกรณีที่ผู้ต้องหาร่วมกันหลอกลวงดาราสาว จั๊กจั่น ว่า ได้รับความเดือดร้อนเพราะขายข้าวไม่ได้ ต้องการจะขายข้าว และอยากให้จั๊กจั่นช่วยโพสต์ข้อมูลผ่านทางอินสตาแกรมเพื่อช่วยขายข้าว จนมีผู้เสียหาย 36 ราย หลงเชื่อโอนเงินเข้ามาให้ผู้ต้องหา รวมกว่า 8 หมื่นบาท หลังได้รับเงินโอนแล้ว ก็ไม่มีข้าวให้ผู้ที่โอนเงินมาจนติดต่อไม่ได้ ส่วน จั๊กจั่น ได้แจ้งความไว้ที่ สน.ร่มเกล้า ทางด้าน นายนพจร พร้อมด้วย นางสาวกาญจนนุช ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าไม่มีเงินใช้ ส่วนเงินที่ได้นำไปใช้หนี้ และส่วนหนึ่งมอบให้กับพ่อแม่ เหลือเงิน 2.7 หมื่น ผู้ต้องหาจึงมอบคืนตำรวจ 191 เพื่อให้นำไปคืนให้กับผู้เสียหาย

ขณะที่ดาราสาว จั๊กจั่น กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะความตั้งใจที่จะช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อน แต่กลับมาถูกหลอก ทั้งนี้ จั๊กจั่น ยังยืนยันจะเดินหน้าช่วยเหลือชาวนาต่อไป ซึ่งขณะนี้ออกแบบโลโก้ได้ 200 ชิ้น และจะเร่งทำให้ครบ 400 ราย ตามโปรเจกต์ที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 2 ทางตำรวจ 191 ได้นำส่งดำเนินคดีที่ สน.ร่มเกล้า ต่อไป

Posted on

ศรีวราห์แถลงกวาดล้างอาชญากรรมนครศรีฯยึดอาวุธปืนอื้อ

%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a

ศรีวราห์แถลงกวาดล้างอาชญากรรมนครศรีฯยึดอาวุธปืนอื้อ

‘พล.ต.อ.ศรีวราห์’ แถลง ระดมกวาดล้างอาชญากรรมนครศรีธรรมราช 6วัน ยึดอาวุธปืนกระสุนและยาเสพติดจำนวนมาก

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง แถลงผลการกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามนโยบายของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 10-16 พฤศจิกายน 2559 โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา ที่กระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน และวัตถุระเบิด คดียาเสพติด และผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า รวม 174 คน พร้อมยึดของกลาง อาวุธปืนหลายขนาด จำนวน 49 กระบอก กระสุนปืน 624 นัด ยาบ้า 2,081เม็ด ไอซ์ 132.88 กรัม กัญชาแห้ง 3,064.17 กรัม เฮโรอีน 2.5 กรัม พืชกระท่อม 163.84 กิโลกรัม น้ำกระท่อม 34.15 ลิตร และยาแก้ไอ 77 ขวด

อย่างไรก็ตาม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบอาวุธปืนที่ตรวจยึดมาได้ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียน พร้อมกำชับให้ตรวจสอบแหล่งผลิตในพื้นที่ด้วย

Posted on

พระกับตำรวจลงแขกช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว ฟาดข้าว สุดเหวี่ยง

พิษณุโลกตำรวจนครไทย พระ ร่วมลงแขกตีข้าวช่วยชาวนาช่วงราคาตกต่ำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย จ.พิษณุโลก ร่วมกับพระภิกษุสงฺฆ์วัดน้ำพริก ชาวบ้านร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวและตีข้าวให้กับชาวนา ลดต้นทุนในการเก็บเกี่ยวช่วงราคาข้าวตกต่ำ พร้อมสร้างความสัมพันธ์บ้าน วัด และโรงพัก

พ.ต.อ.สุมิตร มั่นเมือง ผกก.สภ.นครไทย พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีรภาพ ลือราช รองผกก.สภ.นครไทย พ.ต.ท.สุเทพ นาควิโรจน์ สวป.สภ.นครไทย และชุดสายตรวจตำบลยางโกลน พร้อมพระมหาไพทูรย์กัลยาณธโร เจ้าอาวาสวัดน้ำพริก ได้ร่วมกันช่วยชาวบ้านตีข้าวเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่าง วัด โรงพักและชุมชน ที่นาข้าวของ นายทอน จ๊อดมา อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 2 หมู่ 10 ต.ยางโกลน อ.นครไทย จำนวนกว่า 5 ไร่ ตามโครงการช่วยลดค่าจ่ายในเรื่องของค่าลดเกี่ยว เป็นการแบ่งเบาภาระให้แก่เกษตรกร

พ.ต.อ.สุมิตร มั่นเมือง ผกก.สภ.นครไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมานายทอน เจ้าของนา ผืนนี้ ได้เป็นหัวแรงสำคัญที่ช่วยสร้างที่พักสายตรวจประจำตำบลยางโกลนอย่างแข็งขัน ทำให้เมื่อถึงเกี่ยวข้าวของนายทอน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมตำบลยางโกลน จึงได้รายงานให้ตนเองทราบ ตนเองก็เห็นด้วยว่า เป็นสิ่งที่ดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะช่วยเหลือชาวนาในภาวะวิกฤติเช่นนี้ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 นาย ที่ไม่ได้ติดภารกิจเข้าเวรประจำวัน มาช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวและตีข้าว

โดยได้รับความร่วมมือจากพระภิกษุสงฆ์จากวัดน้ำพริก และชาวบ้านในพื้นที่ มาร่วมแรงเกี่ยวข้าวด้วยเช่นกัน ซึ่งจากการช่วยเหลือเกี่ยวข้าวของชาวนาในครั้งนี้ถือว่าเป็นการสานสัมพันธ์ บ้าน วัด และโรงพักให้ความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยมีประชาชนแจ้งความจำนงให้ช่วยเหลือในการเกี่ยวข้าวเช่นนี้อีก 2 รายแล้ว

ซึ่งโครงการดังกล่าวถือว่าเป็นการจุดประกายแนวคิดให้ทางอำเภอนครไทย นำไปส่งเสริมให้เกษตรกรนำวัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวแบบโบราณที่ผ่านมา ได้กลับมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในช่วงราคาข้าวที่ตกต่ำเช่นกันต่อไป

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

Posted on

“พิชัย” เชื่อ “ทรัมป์” ชนะเพราะปัจจัยเศรษฐกิจ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับชาวสหรัฐที่ได้ออกไปลงคะแนนเสียงให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งหักปากกาเซียนจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนชาวสหรัฐต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่านายทรัมป์จะบริหารเศรษฐกิจได้ดีกว่า

โดยสหรัฐน่าจะมีนโยบายที่จะให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น และอาจจะมีการเอาใจมิตรประเทศน้อยลง คงมุ่งเน้นการเจริญเติบโตภายในประเทศและความเข้มแข็งทางด้านการทหาร รวมถึงการใช้พลังงานราคาถูกที่ขุดได้ในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐแข็งแกร่งขึ้น

ในด้านผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยนั้น ไทยควรจะต้องกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยเร็วขึ้นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก และการเจรจาการค้าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐน่าจะดีขึ้นหลังจากไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนไทยคงคิดไม่แตกต่างกันกับคนสหรัฐที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น อยากเห็นแนวคิดใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศ และอยากจะออกจากวังวนเดิม

อยากมีผู้นำยุคใหม่ที่มีแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเติบโตอย่างต่ำ 5% ต่อปีเพื่อตามประเทศอื่นได้ทัน คนไทยควรจะมีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกเพิ่มขึ้นเท่านึงใน 5 ปี เกษตรกร กรรมกร คนหาเช้ากินค่ำ ควรมีหลักประกันในชีวิต

เช่น คนขายอาหารในตลาดควรจะมีชีวิตที่สุขสบาย นอกจากส่งลูกไปเรียนสูงๆได้ควรมีเงินเหลือเก็บ คนด้อยโอกาสที่สุดในสังคมต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความร่ำรวยที่กระจุกตัวต้องกระจายออก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องทำอย่างจริงจังและเร่งด่วน รัฐบาลต้องทำตัวให้เล็กลง ประชาชนต้องใหญ่ขึ้น งบประมาณต้องถึงมือประชาชนไม่ใช่เข้ากระเป๋าคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง บทบาทที่เปลี่ยนไปของสหรัฐ จะเป็นโอกาสให้ประเทศไทยกลับมาเป็นเสือของเอเชียได้ ถ้าประเทศไทยสามารถที่จะปรับตัวได้ทันกับสถานการณ์ เชื่อว่าประชาชนไทยคงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนานี้

 
ที่มา : BangkokBizNews