สิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอก่อนฝึกการผ่อนคลาย

ความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตของทุกคน ซึ่งมีผลทำให้สภาพร่างกายและจิตใจเสื่อมโทรม นอนไม่หลับ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงสัมพันธ์ภาพกับผู้อื่นและบุคคลในครอบครัวไม่ดี ฉะนั้นจึงควรเรียนรู้วิธีการขจัดกับความเครียด

ซึ่งมีหลายวิธี เช่น การพักผ่อนหย่อนใจ ทำงานอดิเรก enstructor.orgการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัยและการฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อโดยตรงมีอยู่หลายวิธีให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคล ส่วนเหตุผลที่ต้องฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพราะกายกับจิตเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้เมื่อกล้ามเนื้อกายผ่อนคลายก็มีผลทำให้จิตใจและอารมณ์ผ่อนคลายตามไปด้วย

สิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอก่อนฝึกการผ่อนคลาย
•หาสถานที่เงียบสงบ เวลาที่เหมาะสมคือ ตอนเช้าและก่อนนอน
•ควรฝึกทุกวัน และควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ
•นั่งหรือนอนหงาย หลับตาในท่าที่สบาย ไม่มีใครมารบกวน
•ใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย ถอดรองเท้าและเครื่องประดับออก
•การฝึกผ่อนคลายไม่ใช่การรักษาโรคโดยตรง
•หากป่วยด้วยโรคบางอย่างอยู่หรือมีปัญหาทาง จิตใจและอารมณ์ควรปรึกษาแพทย์ไม่ควรใช้การฝึก ผ่อนคลายแทนที่การรักษา

การฝึกผ่อนคลายโดยวิธีฝึกการหายใจให้ถูกวิธีคือ หายใจให้ลึกช้าและสม่ำเสมอถึงส่วนล่างสุดของปอด ทำให้กระบังลมดันท้องให้พองออกเวลาหายใจเข้า และยุบลงเวลาหายใจออก เพราะผู้ที่มีความเครียดมักมีนิสัยชอบหายใจถี่และตื้นเป็นประจำ

วิธีฝึกมีขั้นตอนดังนี้
•นั่งหรือนอนหงายในท่าที่สบาย หลับตาตามสบาย
•เริ่มต้นหายใจเข้าและออกช้าๆ ในขณะที่หายใจให้มุ่งความสนใจไปที่ช่องทางที่ ลมหายใจเข้าและออก
•หายใจเข้าลึกๆช้าๆ และกลั้นลมหายใจเอาไว้สักครู่แล้วหายใจออกช้าๆ
•ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆแต่ละครั้งให้มุ่งความสนใจไปที่ลมหายใจของคุณเอง
•เมื่อคุณรู้สึกผ่อนคลายพยายามหายใจเข้าและออกช้า ๆ แต่ในตอนนี้เมื่อคุณหายใจออกช้าๆให้พูดในใจกับตัวเองว่า “ผ่อนคลาย”
และในแต่ละครั้งที่คุณหายใจออกให้พูดในใจช้าๆกับตัวเองว่า“ผ่อนคลาย”
•พยายามสังเกตว่าปอดของคุณพองขึ้นและแฟบลงอย่างไรเมื่อคุณหายใจเข้าและออก
ให้รู้สึกตัวเสมอว่าคุณกำลังผ่อนคลายรู้สึกถึงร่างกายของคุณที่เบาสบายและ ผ่อนคลาย
•ทำซ้ำตามขบวนการดังกล่าว (ข้อ 1-7) อย่างน้อยที่สุด 15 นาที หรือจนกว่าคุณเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย
ให้แน่ใจว่าเวลาที่ใช้ไปทำให้คุณผ่อนคลาย ไม่ควรรีบเร่งให้ผ่านไปโดยเร็วต้องให้รู้สึกผ่อนคลายจริงๆ